คู่มืออ่านรายงาน / 04

ค่าใช้จ่ายและกำลังคน

ติดตามค่าใช้จ่ายแผนก ค่าแรง และ FTE เพื่อแยกต้นทุนประจำออกจากค่าใช้จ่ายที่เปลี่ยนตามกิจกรรม

รายงานนี้ช่วยตอบ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเพราะจำนวนคน ต้นทุนต่อคน หรือกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น?

ตัวอย่างรายงานจากไฟล์ Excel จริง

ค่าใช้จ่ายและกำลังคน — 04_OPEX_and_Workforce_TH.xlsx

ภาพจับจากไฟล์ 04_OPEX_and_Workforce_TH.xlsx ชีต ค่าใช้จ่าย หลังคำนวณใหม่ใน Microsoft Excel คลิกที่ภาพเพื่อขยาย ขยายภาพเต็ม

ตัวเลขจากไฟล์ตัวอย่าง

ค่าใช้จ่ายและกำลังคน
รายการผลจริงงบประมาณ
ค่าแรงขายและบริหาร944.94944.94
การตลาด240.27228.74
ขนส่งออก106.28111.80
สำนักงานและบริการ345.42338.52
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารรวม1,636.921,624.00

หน่วย: พันบาท · ค่าแรงด้านล่างไม่รวมค่าแรงโรงงาน

ลำดับการอ่าน

  1. เริ่มจากค่าใช้จ่ายรวมเทียบงบ แล้วเลือกแผนกหรือหมวดที่มีผลต่างสำคัญ
  2. ดู FTE และค่าแรงต่อ FTE ควบคู่กัน เพื่อแยกผลจากจำนวนคนออกจากอัตราค่าจ้างและภาระนายจ้าง
  3. ถามว่ารายการที่เพิ่มขึ้นเป็นการลงทุนเพื่อกิจกรรมที่เพิ่ม หรือเป็นค่าใช้จ่ายที่ควรควบคุม โดยตรวจผลลัพธ์ประกอบ

การอ่านตัวเลขจากกรณีตัวอย่าง

ค่าใช้จ่ายขายและบริหารจริงประมาณ 1.637 ล้านบาท สูงกว่างบประมาณ 12,922 บาท หรือ 0.80% ส่วนต่างเป็นบวก แต่ในมุมควบคุมค่าใช้จ่ายคือใช้เกินงบ

หลักการคำนวณ อธิบายโดยไม่ใช้ศัพท์เทคนิค

ค่าแรงต่อ FTE = ค่าแรงรวม ÷ FTE ที่ได้รับค่าจ้าง
จุดที่มักอ่านผิด

ค่าแรงโรงงานเข้าสู่ต้นทุนผลิตและสต็อก จึงไม่ควรบวกซ้ำใน SG&A ตาราง Workforce แสดงค่าแรงเต็มบาท และตัวอย่างนี้ถือว่าพนักงานทำงานเต็มเดือน

คำถามที่ควรตามต่อ

ผลต่างเกิดจากจำนวนคน อัตราค่าจ้าง หรือกิจกรรมใด และเจ้าของงบจะปรับอย่างไร?

เห็นตัวเลขนี้ → ตรวจอะไรต่อ → ตัดสินใจอย่างไร

กรณีตัวอย่างจากข้อมูลสมมติเดือนสิงหาคม 2026 ตัวเลขทุกตัวมาจากไฟล์ Excel ชุดเดียวกัน ส่วนการตีความเป็นแนวทางเริ่มต้น ไม่ใช่ข้อสรุปทางธุรกิจ

  1. เห็นตัวเลขนี้

    ค่าใช้จ่ายรวมเกินงบ 12.92 พันบาท (0.80%) แต่การตลาดเกินงบ 11.53 พันบาท ขณะที่ค่าขนส่งต่ำกว่างบ 5.52 พันบาท

  2. ตรวจอะไรต่อ

    ยอดรวมซ่อนสองเรื่องที่ทิศทางต่างกัน ค่าขนส่งลดตามปริมาณขายที่ต่ำลง (ดูรายงาน 03) ส่วนการตลาดเพิ่มทั้งที่ยอดขายไม่ถึงเป้า เลือกแผนก Sales ใน F7 แล้วดูรายเดือนว่าเป็นครั้งเดียวหรือต่อเนื่อง

  3. ตัดสินใจอย่างไร

    จะประเมินผลตอบแทนของงบการตลาดที่เพิ่มอย่างไร และเจ้าของงบต้องแสดงหลักฐานอะไรก่อนอนุมัติเดือนถัดไป

  1. เห็นตัวเลขนี้

    ค่าแรงขายและบริหารตรงงบพอดี 944.94 พันบาท จาก 26 FTE คิดเป็น 36,344 บาทต่อคน

  2. ตรวจอะไรต่อ

    ตรงงบเพราะตัวอย่างสมมติให้ทุกคนทำงานเต็มเดือนและไม่มีโบนัส ในข้อมูลจริงให้ตรวจชีต Workforce ว่ามีตำแหน่งว่าง คนเข้าออกระหว่างเดือน หรือค่าล่วงเวลาที่ทำให้ค่าแรงต่อ FTE เบี่ยงจากอัตราฐาน

  3. ตัดสินใจอย่างไร

    ตำแหน่งว่างที่ประหยัดค่าแรงได้ควรปล่อยว่างต่อหรือเร่งสรรหา และผลต่อยอดขายหรือบริการเป็นอย่างไร

  1. เห็นตัวเลขนี้

    กำลังคนโรงงาน 34 คน ค่าแรง 933.5 พันบาท ไม่ปรากฏในตารางค่าใช้จ่ายขายบริหารเลย

  2. ตรวจอะไรต่อ

    ไม่ใช่ข้อมูลหาย ค่าแรงโรงงานถูกจัดสรรเข้าต้นทุนผลิตและสต็อกตามนโยบายแบบจำลอง จึงกระทบกำไรเมื่อสินค้าถูกขาย ดูรายงาน 06 ชีตต้นทุนการผลิตเพื่อเห็นยอดนี้ในต้นทุนต่อหน่วย

  3. ตัดสินใจอย่างไร

    ควรตรวจกำลังการผลิตต่อคนเมื่อยอดขายลดลง และผู้ใดเป็นเจ้าของการตัดสินใจเรื่องอัตรากำลังโรงงาน

สูตรหลักในไฟล์ Excel

สูตรหลักในไฟล์ Excel
รายการ นิยาม
Payrollค่าแรง = FTE ที่จ่าย × เงินเดือนต่อคน × (1 + ภาระนายจ้าง)
Cost per FTEค่าแรงต่อ FTE = ค่าแรงรวม / FTE และแสดง n.a. หากไม่มี FTE
OPEX varianceส่วนต่างค่าใช้จ่าย = จริง − งบ ค่าบวกหมายถึงเกินงบ

วิธีใช้รายงานนี้ในไฟล์ Excel

ใช้ทำอะไร

ควบคุมค่าใช้จ่ายแต่ละแผนกและอธิบายค่าแรงควบคู่กำลังคนที่จ่ายเงิน

ตัวเลือกกรอง

ตารางหลักใช้ตัวเลือกแผนก F7 กราฟเปรียบเทียบและชีตกำลังคนแสดงทุกแผนกเพื่อเห็นภาพบริษัท

ค่าแรงและต้นทุนฝ่ายผลิต

ค่าแรงฝ่ายผลิตเป็นต้นทุนผลิต ไม่รวมในตารางค่าใช้จ่ายขายบริหาร แต่ยังแสดงในชีตกำลังคน ค่าใช้จ่ายส่วนกลางฝ่ายผลิตที่เป็นศูนย์เป็นการออกแบบตัวอย่าง

ข้อมูลกำลังคน

ตัวอย่างทุกคนทำงานเต็มเวลาเต็มเดือน ก่อนใช้จริงควรมี FTE ที่จ่ายจริง วันเข้าออก ตำแหน่งว่าง โบนัส และเงินสมทบนายจ้างตามจริง

หน่วยของค่าแรง

ค่าแรงในชีตกำลังคนเป็นบาทเต็ม ตารางค่าใช้จ่ายหลักใช้ตัวหารที่เลือก ค่าแรงรวมภาระนายจ้างแล้ว จึงห้ามบวกซ้ำ

หลักพื้นฐานก่อนอ่านและแก้ไขไฟล์

  1. อ่านชื่อบริษัท เดือนรายงาน และหน่วยเงินก่อนเสมอ ตัวเลข 1,000 ในตารางหน่วยพันบาทหมายถึง 1,000,000 บาท
  2. Actual คือผลจริง Budget คือแผน และ Forecast คือประมาณการ อย่านำประมาณการมาอธิบายเหมือนเป็นผลที่เกิดขึ้นแล้ว
  3. ผลต่างทั่วไปคำนวณ Actual − Budget รายได้หรือกำไรสูงขึ้นมักเป็นผลดี แต่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นต้องพิจารณาว่าเกินงบหรือรองรับกิจกรรมที่เพิ่ม
  4. ยอดรายได้และกำไรเป็นรายการเคลื่อนไหวที่รวมรายเดือนได้ เงินสด ลูกหนี้ และสต็อกเป็นยอดคงเหลือ ให้ใช้ยอด ณ วันที่ต้องการ
  5. คำนวณอัตรากำไรรวมจากกำไรรวม ÷ รายได้รวม ค่า n.a. หมายถึงคำนวณอัตราส่วนไม่ได้ในเงื่อนไขนั้น ไม่ควรเปลี่ยนเป็นศูนย์โดยไม่มีเหตุผล
  6. ไฟล์ไทยและอังกฤษเป็นคนละไฟล์ การแก้หนึ่งไฟล์ไม่อัปเดตอีกไฟล์ เลือกไฟล์หลัก สำรองก่อนแก้ และปรับไฟล์ที่เกี่ยวข้องให้ใช้ข้อมูลตรงกัน
  7. ก่อนใช้ข้อมูลจริง ให้กระทบยอดบัญชี ตรวจวันที่ ชื่อเวอร์ชัน และช่วงสูตร การเพิ่มแถวหรือเดือนอาจต้องขยายสูตร กราฟ และตัวควบคุมด้วย
  8. อ่านชีต Checks แต่ไม่ถือว่า OK คือการรับรองทุกด้าน การตรวจความครบถ้วนในแพ็กเน้นผลจริงเดือนที่เลือก จึงต้องตรวจช่วงงบประมาณและประมาณการเพิ่มเติม
  9. ข้อมูลทั้งหมดเป็นตัวอย่าง ต้องปรับนโยบายต้นทุน ภาษี ปฏิทิน และการจัดหาเงินให้ตรงธุรกิจ แพ็กเป็นจุดเริ่มต้นของรายงานบริหาร

ไฟล์ที่เกี่ยวข้อง

04_OPEX_and_Workforce_TH.xlsx

ชีตหลัก OPEX Review / ค่าใช้จ่าย · ข้อมูลต้นทาง OPEX_Data + HC_Data + PL_Data · ไฟล์ Excel และคู่มือ Markdown อยู่ในแพ็ก Excel

ดาวน์โหลดฟรี

ดาวน์โหลดไฟล์ Excel ของรายงาน 01 และ 02

ไม่ต้องลงทะเบียนและไม่ต้องกรอกอีเมล มีทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษ พร้อมค่า SHA-256 สำหรับตรวจสอบไฟล์

ไฟล์ทั้งหมดที่เปิดให้ดาวน์โหลด →